อยู่อย่างมีความสุข
  1. การรักษาสุขภาพทางกายให้แข็งแรง
    สุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตมีอิทธิพลต่อกันและกัน คนที่ มีสุขภาพกายดีย่อมส่งผลให้มีจิตใจร่าเริงเข้มแข็ง การทำให้สุขภาพแข็งแรง ได้แก่ การรับประทานอาหารถูกส่วน การพักผ่อนเพียงพอ การรักษาความ สะอาดของร่างกาย ตลอดจนการออกกำลังกายอย่างพอเพียง
  2. มีความสุขกับการทำงาน
    การเลือกทำงานที่ชอบ หรือการสร้างความพึงพอใจในงานที่ทำ หา วิธีการทำงานให้มีความสุข พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายหลายอย่างภายใน ขอบเขตที่สังคมยอมรับ ตามความสามารถของตนเอง และมองเห็นหนทาง ไปสู่ความสำเร็จได้ แล้วลงมือปฏิบตอย่างตั้งใจ ก็ย่อมจะเกิดความสุข เกิดความปิติจากความสำเร็จในงานตามมา
  3. รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง
    ควรได้สำรวจตัวเองว่าเป็นคนอย่างไร ต้องยอมรับว่าคนเรามืทั้ง ส่วนดีและส่วนเสีย เราต้องมองหาส่วนดี เห็นคุณค่า ชื่นชม พยายาม พัฒนาส่วนดี พร้อมทั้งยอมรับในข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แล้ว หาหนทางปรับปรุงแก่ไข คนที่มืความสุขนั้นไมได้หมายความว่า จะไม่ เคยพบอุปสรรคข้อขัดแย้งในใจ หรือไม่เคยพบปัญหา แต่อาจจะเป็นคน ที่บางครั้งแก้ปัญหาไมได้ จึงต้องใช้ความพยายาม ความอดทน ก็จะ สามารถเผชิญปัญหาไปได้มี
  4. อารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี
    ควรมองหาความสุข ความเพลิดเพลิน เพี่อช่วยลดความตึงเครียด ต่างๆ ทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย การหัวเราะทำให้จึตใจเบิกบาน มีการ
    กระเพี่อมของหน้าท้อง หัวใจปอดได้ออกกำลัง มีผลถึงกล้ามเนื้อหัวไหล่ แขนหลัง กระบังลม และขา เกิดความพึงพอใจในความสุข นอกจากนื้ใม่ ควรมองโลกในแง1ร้าย เวลาจะทำอะไรต้องหาจุดดีของเรื่องนั้นให้พบ เมื่อ พบแล้วทำความพอใจและชื่นชม ก็จะเกิดแต่ความดีงาม
  5. ไม่ควรเก็บอารมณ์ขุ่นมัว
    การเก็บกดอารมณ์ทำให้เกิดความขุ่นมัว สับสน วุ่นวายใจ เป็นการ ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางอารมณ์ผลทำให้สีหน้าหม่นหมอง น่าเกลียด ขากรรไกรประกบกันแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย เหี่ยวย่น ผมสีเทา-ขาว ผมร่วง โรคผื่นคัน พุพอง และสิวตามมา เราควรต้องหาทางระบาย อารมณ์ที่ขุ่นมัว โดยการแสดงออกในทางที่สังคมยอมรับ และได้ตอบ สนองตามความต้องการของเรา แต่ถ้าพบความยุ่งยากใจเพิ่มขึ้น ก็ควร หาวิธีหลีกเลี่ยงเสียก่อน เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์ จะเผชิญความตึงเครียดทางอารมณ์ได้ถึงขีดหนึ่งเท่านั้น จากนั้นต้องหาทางผ่อนคลาย ดังคำกลอนที่ว่าเหนื่อยก็พัก หนักก็วาง
  6. ควรมีงานอดิเรกและการพักผ่อนหย่อนใจ
    ควรหาอะไรที่ชอบและพอใจทำ ทำในเวลาว่างที่เหลือจากกิจวัตร ประจำวัน การทำอะไรในสิ่งที่พึงพอใจ ย่อมเกิดความสุขเพลิดเพลิน ทำให้ ไม่มีเวลาว่าง ที่จะคิดกังวลเรื่องต่างๆ เป็นการฟิกการใช้เวลาว่างนั้นๆ ให้ มีสมาธิในการทำสิ่งที่พอใจ ซึ่งจิตมีสมาธิจะเป็นจิตที่เข้มแข็ง ไม่หวั่น ไหวง่าย พบว่างานอดิเรกที่เกี่ยวกับกีฬา จะช่วยให้มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง แจ่มใส นอกจากนั้นการได้ท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติที่กว้างใหญ่ เช่น ท้องฟัา ทะเล ปาเขาลำเนาไพร จะก่อให้เกิดความปลอดโปร่ง สดชื่น มีความสุข และถ้าต้องการทำจิตให้เป็นสมาธิในทางศาสนา จะก่อให้ เกิดความสงบสุขทางใจเป็นอย่างมาก
Silhouette of children playing

7. หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ

แต่ละชีวิตย่อมมีทั้งความสุขและทุกข์ปะปนกันไป เราจึงควรหา เพี่อนหรือใครสักคน ที่สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขได้ ค้นหาคนที่คุณรัก และ เขารักคุณ ช่วยเหลือเกื้อกูล ปลอบขรัญ บำรุงจิตใจซึ่งก่นและก่น สามารถที่จะระบายทุกข์ ปรึกษาขอความคิดเห็น การแก่ไขปัญหาต่างๆ หรือในที่สุด อาจจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการ แนะแนวและการบำบัดทางจิตโดยเฉพาะ ทั้งนี้ขั้นกับปัญหา ความซับซ้อน ซึ่งนับเป็นวิธีการแก้ปัญหา การปรับตัวตั้งแต่ต้นที่ชาญฉลาด

8. พร้อมที่จะเผชิญป้ญหาและความกังวลใจ

เมื่อพบอุปสรรค พึงพิจารณาปัญหาอย่างใช้เหตุและผล โดยค้นหา ข้อเท็จจริง มองปัญหานั้นๆ และหาวิธีการต่างๆ ในการแก้ปัญหา ทำการ ตัดสินใจ แล้วปฏิบัติตามทีได้ตัดสินใจไว้ หรือถ้าปัญหารุมเร้ามากจน ต้องการหลีกให้พ้น จงใช้ชีวิต “อยู่เพี่อวันนี้เท่านั้น”

หรือถ้าปัญหาต้อนท่านไปจนมุมให้มองพิจารณาดูผลร้ายที่เกิดขึ้น แล้วทำใจให้ยินดีเผชิญกับสิ่งนั้นๆ เมื่อเวลาผ่านไปให้พิจารณาว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้ทำลายความสุขแห่งชีวิตมามากเพียงพอแล้ว แล้วหันกลับ ใช้เหตุผล ในการพิจารณาแกิไขสิ่งร้ายๆ ให้กลายเป็นดี ด้วยใจสุขุม เยือกเย็น ท่านก็จะผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

9. ใช้เวลาเป็นยารักษาความเจ็บปวด

เมื่อพบกับความผิดหวัง จงใช้เวลาเป็นเครื่องช่วยเยียวยา เมื่อ พลาดหวังแล้ว จงอดทนและมีความหวังต่อไป ความหวังเป็นพลัง หรือ แรงจูงใจเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต เมื่อประสบความผิดหวัง ไม่ควรใช้ วิธีถอยหนีหรือเลี่ยงปัญหา ควรคิดเสมอว่า “ท้อแท้-หงอย ท้อถอย-แพ้” เพี่อเป็นเครื่องเตือนใจ ไม่ควรแก้ปัญหาโดยใช้สิ่งเสพติด เช่น สุรา หรือ ยาบางชนิด เพราะสิ่งเหล่านึ้จะท้าให้ลืมความทุกขใด้เพียงชั่วขณะ ไม่ ท้าให้เราพิจารณาใช้ความคิดในการแก้ปัญหา เป็นการหลีกเลี่ยงปัญหา ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง

10.  ค้นหาเป้าหมายของชีวิต

ความคิดฝันไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความ คิดฝันที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ซึ่งความคิดฝันจะท้าให้เรามีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ มีแรงจูงใจ มีการตั้งเป้าหมายในชีวิตใกล้เคียงกับความ สามารถที่แท้จริง และสอดคล้องกับความเชื่อและอุดมคติ แล้วท้าการ ลงมือปฏิบัติ เพี่อไปสู่เป้าหมาย ถ้าท้าเช่นนี้ได้ เราก็จะประสบความ สำเร็จและความสมหวัง เกิดความสุขทางใจได้

จากสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นการเสนอแนวทางในการปฏิบติอย่าง กว้างๆ การท้าตัวให้มืความสุขได้เพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ

ต้องอาศัยการเรียนรู้และหาวิธีการ แล้วนำไปด้ดแปลงปรับปรุง ให้ เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการของผู้ต้องการแสวงหาความสุขนั่นเอง

อันทุกข์สุขอยู่ที่ใจ มิใช่หรือ      ใจเราถือเป็นทุกข์Lม่สุกใส
ใจไม่ถือเป็นสุขไม่ทุกข์เจ          เราอยากได้ความทุกข์หรือสุขนา
อยู่อย่างมีความสุข

ขอบพระคุณ
บทความเนื้อหาบางตอนของหนังสือ การดูแลสุขภาพ ตามเจตนารมณ์ของนายแพทย์สุหัท ฟุ้งเกียรติ
บรรณาธิการ: ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอรุณวรรณ พฤทธิพันธุ์